บทความคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

จาก UTKWiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

เทคนิคการสอนเชิงบูรณาการ

Kmm-1.jpg















--Udomdej.p (พูดคุย) 17:17, 19 มิถุนายน 2557 (ICT)

ภาควิชาวิทยาศาสตร์

Sci1.jpg


สาขาวิชาฟิสิกส์

ผศ.สันติภาพ สระบัว

ฟิสิกส์เป็นเรื่องของความต่อเนื่องของปริมาณทางกายภาพกายภาพที่สังเกตได้เริ่มจากการเคลื่อนที่เชิงเส้นในแนวดิ่งที่มีความเร่งเนื่องซึ่งเป็นผลจากแรงโน้มถ่วงของโลกตามกฎของนิวตันต่อมาเป็นเรื่องของการอนุรักษ์พลังงานกลในมุมของการเปลี่ยนรูปจากพลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นพลังงานจลน์ที่จะมีค่าสูงสุดเมื่อช่วงกระทบพื้นด้วยค่าความเร็วสุดท้ายขณะที่ช่วงเวลาตกกระทบหรือชน (collision)นั้นจะมีเหตุการณ์ที่เรียกว่า impulse ส่งผลให้ Ball หรือ football. สะท้อนกลับหรือเด้งกลับ (rebound) ไม่เท่าเดิมเพราะมีการสูญเสียพลังงานเนื่องจากการชนในรูปของพลังงานเสียง พลังงานความร้อน และพลังงานการสั่นสะเทือน

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ให้นักศึกษาสังเกตจากการปล่อยลูกปิงปองและลูกบอลว่ามีความเหมือนและต่างกันอย่างไร(โดยเป็นการฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่าการสังเกตและการจำแนก)
  2. การสอนดำเนินกิจกรรม:การ rebound ของลูกปิงปองและลูกฟุตบอลสามารถอธิบายเรื่อง
    • Free falling
    • Linear Momentum
    • Collision and Impulse
    • Conservation of mechanical energy
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:Momentumand Collisions เป็นปรากฏการณ์ทางกายภาพซึ่งเป็นผลของแรงภายนอกที่ส่งผลต่อวัตถุทำให้เกิดการเคลื่อนที่และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายใต้อิทธิพลของสนามแรงโน้มถ่วงของโลกและกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ต่าง ๆ เช่นการอนุรักษ์พลังงานกล และกฎของนิวตัน ที่ทำให้เราต้องหาอุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุในกรณีที่เราเคลื่อนที่และมีความเร็วเช่น เข็มขัดนิรภัย (safetybelt) หรือหมวกกันน๊อค (helmet)โดยเฉพาะกรณีของโมเมนตัมที่เป็นผลของความเร็ว

การวัดและประเมินผล

  • สังเกตจากการจากสนทนาในเรื่องการrebound และการบังคับ safety beltหรือหมวก helmet
  • สร้างแบบทดสอบที่วัดความคิดในเนื้อหาดังกล่าวดังนี้


อ.อุดมเดช ภักดี

default

การอภิปรายกลุ่มย่อย, การอภิปรายกลุ่มใหญ่ การทำงานและแก้ปัญหาเป็นรายกลุ่ม การวิเคราะห์และสรุปผลเป็นรายกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ผู้สอนให้นักศึกษาดูคลิปวีดีโอ เกี่ยวกับประโยชน์ของแรงเสียดทาน และการนำความรู้เกี่ยวกับแรงเสียดทานมาสร้างเครื่องมือ อุปกรณ์ ที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:ให้นักศึกษาอภิปรายกลุ่มย่อย (3-4 คน) เกี่ยวกับความหมายของแรงเสียดทาน สัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน ความสัมพันธ์ในรูปของสมการ จากนั้นแต่ละกลุ่มจะได้รับชุดทดลองเรื่อง การหาค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน ดำเนินการทดลอง เขียนกราฟ แสดงวิธีคำนวณ และสรุปผลการทดลอง
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มสรุปผลการทดลองของกลุ่ม นำมาอภิปรายและร่วมกันสรุปผลกลุ่มใหญ่วิเคราะห์ว่าผลการทดลองที่ได้สอดคล้องหรือไม่กับทฤษฎี และหากมีความคลาดเคลื่อน ก็ให้ระบุสาเหตุและแนวทางการแก้ไข
  4. การวัดและประเมินผล:ผู้สอนสังเกตจากการให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม ทักษะการใช้อุปกรณ์การทดลอง ความถูกต้องของผลการทดลอง


ดร.ฉัตรชัย พะวงษ์

การอธิบายความรู้หน้าห้อง ยกตัวอย่างโจทย์ ยกตัวอย่างในชีวิตประจำวัน จากนั้นแบ่งการทำงานและแก้ปัญหาเป็นรายกลุ่ม การวิเคราะห์และสรุปผลเป็นรายกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ผู้สอนเกริ่นนำถึงการนำความรู้ฟิสิกส์กับการเคลื่อนที่ไปในการสืบสวนหาความจริงในงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจว่าผู้ขับขี่โดยประมาณหรือไม่
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม สอนเนื้อหาในส่วนของ ระยะทาง ความเร็ว ความเร่ง การกระจัด อัตราเร็ว และอัตราเร่ง รวมทั้งค่าเฉลี่ยของปริมาณเหล่านี้ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง และหาปริมาณต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ ซึ่งมีการยกตัวอย่างทั้งโจทย์ทั่วไป ปัญหาที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน จากนั้นให้นักศึกษาอภิปรายกลุ่มย่อย (2 คน) แล้วออกแบบการทดลองเพื่อหาค่าความเร็วในการเดินเฉลี่ยของนักศึกษา ม.ราชมงคลกรุงเทพ โดยเขียนกราฟ แสดงวิธีคำนวณ และสรุปผลการหาค่าความเร็วเฉลี่ย
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มสรุปผลการทดลองของกลุ่ม นำมาอภิปรายและร่วมกันสรุปผลกลุ่มใหญ่วิเคราะห์ว่าผลการทดลองที่ได้สมเหตุสมผลหรือไม่ จากนั้นก็ให้ระบุสาเหตุและแนวทางการแก้ไข
  4. การวัดและประเมินผล ผู้สอนสังเกตจากการให้ความร่วมมือในการทำงานกลุ่ม ทักษะการใช้อุปกรณ์การทดลอง ความสมเหตุสมผลของผลการทดลอง และการนำเสนอที่ง่ายต่อการเข้าใจ


อ.อภิชาติ พองพลา

default

บรรยายเนื้อหาประกอบกับการยกตัวอย่างวีดีโอการทดลองจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจ ทำโจทย์เริ่มจากง่ายๆ จนถึงการทำโจทย์ประยุกต์

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน :การตั้งคำถาม “ในชีวิตประจำวันได้มีกิจกรรมใดที่บ่งบอกถึงการมีไฟฟ้าสถิต” สรุปข้อมูลที่ได้จากนักศึกษา แล้วชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่ถาม
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:บรรยายโดยใช้ภาพประกอบ ทำโจทย์เพื่อให้นักศึกษามีส่วนร่วม เช่นให้ตั้งโจทย์เองมีการกำหนดค่าต่างๆ และให้เพื่อนๆ ในห้องช่วยกันแก้โจทย์ปัญหาร่วมกัน อาจจะเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่ม
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:ให้เขียนโน้ตย่อและสรุปสูตรที่ใช้ และเงื่อนไขต่างๆ จากการทำโจทย์เพื่อให้การสรุปไปในทิศทางเดียวกันและสามารถนำข้อสรุปนี้ไปใช้ในการสอบได้
  4. การวัดและประเมินผล:จากพฤติกรรมในการเรียนของนักศึกษาโดยสอบถามรายบุคคล สังเกตในการทำโจทย์และการแสดงความคิดเห็น ประกอบกับงานที่มอบหมาย

สาขาวิชาเคมี

ดร.กนกพร บุญทรง

การเชื่อมโยงสหสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งสาขาวิชาเคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา โดยจัดอภิปรายเสริมทักษะความรู้สาขาต่างๆ โดยการนำบทความทางวิชาการที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบันมาอภิปรายร่วมกันในห้องเรียน

การเชื่อมโยงนาหลักการทางวิทยาศาสตร์ในด้านต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับการดำเนินการวิจัย โดยวิเคราะห์ผลการศึกษาทางวิชาการจากงานเขียนที่ได้รับการยอมรับ โดยการบูรณาการเนื้อหาและกระบวนการเรียนการสอน จัดกิจกรรมเสริมทักษะความรู้คือการอ่านงานเขียนทางวิชาการ ฝึกปฏิบัติการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ เน้นการใช้ภาษาอังกฤษทั้งการอ่าน การนำเสนองานในรูปแบบเชิงวิชาการ การตอบคำถาม รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับหลักวิชาการ

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ชี้ให้เห็นความสำคัญของการอ่านงานเขียนทางวิชาการซึ่งส่วนใหญ่จัดพิมพ์เป็นภาษอังกฤษ แนะนำวิธีอ่านเพื่อการจับประเด็นสำคัญโดยการฝึกเชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ความรู้ ให้ความรู้วิธีการค้นคว้าข้อมูล และนำไปสู่การวางโครงร่างในการนำเสนอผลงานทางวิชาการ
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:
    • จัดอภิปรายเสริมทักษะความรู้สาขาต่างๆ โดยการนำบทความทางวิชาการที่กำลังได้รับความสนใจในปัจจุบันมาอภิปราย
    • การค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ โดยเน้นการใช้ภาษาอังกฤษทั้งการอ่าน การการตอบคำถาม รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการ
    • เชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาให้สัมมนาเป็นภาษาอังกฤษ เปิดโอกาสให้นักศึกษาคิด วิเคราะห์ และซักถามข้อสงสัยโดยใช้ภาษาอังกฤษ
    • ให้นักศึกษานำเสนองานที่ได้จากการอ่านบทความทางวิชาการภาษาอังกฤษ และตอบคำถาม
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:อาจารย์ผู้สอนสรุปความรู้ที่ได้จากผลงานวิชาการที่การนาเสนอ โดยการเน้นให้เห็นประเด็นสำคัญของงาน ข้อดีและข้อเสีย เปิดโอกาสให้นักศึกษาซักถาม และแสดงความคิดเห็น และเสนอแนวคิดถึงการนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้
  4. การวัดและประเมินผล
  • การนำเสนองาน
  • การอภิปรายและการแสดงความคิดเห็น
  • การถามคำถาม


ดร.จันทร์ฉาย พูลลาภเดชา

default

บรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจการบริหารและการจัดการสปาที่มีอยู่ในปัจจุบันและพานักศึกษาไปศึกษาดูงานที่สถานประกอบการจริง

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ผู้สอนบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจการบริหารและการจัดการสปาที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับให้นักศึกษาชมคลิปวีดีโอของธุรกิจสปาประเภทต่าง ๆเป็นการให้ความรู้แก่นักศึกษาก่อนจะไปศึกษาดูงานในสถานประกอบการจริง
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:จัดโครงการศึกษาดูงานสถานประกอบการสปา โดยจะมีผู้จัดการสปาและเจ้าหน้าที่ของสถานประกอบการสปาในแต่ละส่วนเป็นผู้ให้ความรู้จากการทำงานจริงและช่วยเสริมจากความรู้ที่เรียนในชั้นเรียนด้วย
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:ให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มทำรายงานและนำเสนอหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับความรู้ที่ได้จากการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้
  4. การวัดและประเมินผล:สังเกตความสนใจของนักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนและการศึกษาดูงานสถานประกอบการสปาและให้นักศึกษาประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรม การทำแบบทดสอบประจำบท และการนำเสนอรายงาน


อ.บุญชัย ด้วงสวัสดิ์

บรรยายเนื้อหา/ยกตัวอย่าง/สาธิตการทดลอง/ตรวจความพร้อมของข้อมูล และปฏิบัติการทดลองโดยให้นักศึกษาทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งอยู่ในการควบคุมและดูแลของอาจารย์ผู้สอน

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ยกตัวอย่างจากสถานการณ์ที่ใกล้เคียงในชีวิตประจำวันเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายขึ้น
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:บรรยายเนื้อหา/ยกตัวอย่าง/สาธิตการทดลอง/ตรวจความพร้อมของข้อมูล/ปฏิบัติการทดลอง/สรุปผลการทดลอง/วิจารณ์และอภิปรายผลการทดลอง/ตอบคำถาม
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:สรุปผลการเรียนรู้จากการทดลองที่ลงมือปฏิบัติจริง พร้อมทั้งวิจารณ์และอภิปรายผลการทดลองและ ตอบคำถาม
  4. การวัดและประเมินผล: พฤติกรรมของนักศึกษา/การเข้าชั้นเรียน/ปฏิบัติการทดลอง/เทคนิคปฏิบัติ/การทำงานเป็นทีม การแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน และการตอบคำถาม การสอบ และงานที่มอบหมาย.

สาขาวิชาชีววิทยา

default

ผศ.ดร.กาญจนา ชินสำราญ

บรรยายเนื้อหา/ยกตัวอย่าง/ให้นักศึกษาสืบค้นข้อมูลโดยแบ่งกลุ่มทำงานเป็นทีมจำนวน 2-3 คนตามหัวข้อที่นักศึกษาสนใจแต่อยู่ในขอบเขตเรื่องที่ศึกษาของวิชาโดยอาจารย์เป็นผู้พิจารณานำเนื้อหามาเรียบเรียงเป็นรายงานและนำเสนอในชั้นเรียนในรูปแบบ power point

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:ตั้งคำถาม
    • จุลชีวิทยานำไปประยุกต์ใช้ด้านใดบ้าง
    • สรุปข้อมูลจากคำตอบของนักศึกษาและเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด
    • ชี้แจงวัตถุประสงค์การมอบหมายงาน
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:บรรยาย, อภิปราย, สาธิตการสืบค้นข้อมูล การนำเสนอข้อมูลของนักศึกษา
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:
    • สรุปความรู้ที่อาจารย์สอน
    • สรุปความรู้ ประยุกต์ใช้จากงานที่นักศึกษานำเสนอ เพื่อให้ทราบถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน (กำหนดงานที่ให้สืบค้น ย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี)
  4. การวัดและประเมินผล
  • พฤติกรรมการทำงานของนักศึกษา/การทำงานเป็นทีม
  • การแสดงความคิดเห็น
  • งานที่มอบหมาย


ดร.พลวัต นิวเคลียร์

อธิบายโดยการบรรยายพื้นความรู้ทางชีววิทยาให้เข้าใจก่อน แล้วจึงให้นักศึกษาคิดวิเคราะห์เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการพิมพ์อย่างไร แล้วผู้สอนจึงมาวิเคราะห์ต่อยอดและทำการสอนเชิงบูรณาการระหว่างชีววิทยากับเทคโนโลยีการพิมพ์ รวมถึงการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน:อธิบายบรรยายทฤษฎีทางชีววิทยาและความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการพิมพ์ เช่น หมึกพิมพ์จากธรรมชาติมีอะไรบ้าง สีจากธรรมชาติมีอะไรบ้าง หมึกพิมพ์และสีจากสิ่งมีชีวิตมีอะไรบ้าง สีจากธรรมชาติมีอะไรบ้าง หมึกพิมพ์และสีจากสิ่งมีชีวิตมีอะไรบ้าง
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:อาจารย์อธิบายหน้าชั้นด้วย Power point /video clip ต่างๆ /ถาม – ตอบ ให้นักศึกษาคิดและอธิบายให้เพื่อนฟัง ให้นักศึกษาสืบค้นทฤษฎีสีและหมึกพิมพ์จากธรรมชาติจาก internet และอธิบายให้ทุกคนฟัง
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:สรุปประเด็นสำคัญแบบกระชับและครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด สรุปการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในวิชาเทคโนโลยีการพิมพ์
  4. การวัดและประเมินผล:สอบกลางภาค และการสอบปลายภาค

ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์

default

สาขาวิชาคณิตศาสตร์

ผศ.ดร.วราพร กรอบทอง

default

การบูรณาการชิงวิธีการผสมผสานการสอนแบบต่างๆ คือ การสอนการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต โดยใช้การสอนหลายรูปแบบคือ ใช้คำถามบรรยาย ค้นคว้า อภิปราย แก้ปัญหา การค้นคว้าและการนำเสนอ

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน :ให้ผู้เรียนศึกษาความหมาย การหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต หลายๆประเด็น ร่วมกันอภิปรายในชั้นเรียน
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม
    • ให้นักศึกษาทำการฝึกหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตโดยยกตัวอย่างโจทย์ให้นักศึกษาหาคำตอบโดยผู้เขียนแนะแนวการคิด
    • ทำใบงานและแบบฝึกหัดเสริม (ใช้โจทย์แบบฝึกหัดเสริมที่ได้บูรณาการกับวิชาศาสตร์อื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย สังคม ตัวอย่างเช่นการชั่งน้ำหนัก, วัดส่วนสูงของวัตถุต่างๆ การคำนวณหา GPA ของคะแนนนักศึกษา สถิติปริมาณน้ำฝน ฯลฯ
    • อภิปรายร่วมกันจากใบงานและแบบฝึกหัดเสริม (ผู้สอนกับนักศึกษาร่วมกันอภิปรายสิ่งที่นักศึกษาทำ)
    • หาโจทย์เพิ่ม โดยให้นักศึกษาค้นคว้าหาโจทย์ประยุกต์เกี่ยวกับค่าเฉลี่ยเลขคณิต พร้อมแสดงวิธีทำคนละ 1 ข้อ (เช่นโจทย์การหาค่าเฉลี่ยของคะแนนการเลือกตั้ง, คะแนนการทำงานของกลุ่ม)
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน: ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันสรุปจากการค้นคว้าและการนำเสนอการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต
  4. การวัดและประเมินผล:
    • ผู้สอนประเมิน ความสนใจ ความกระตือรือร้น ความรับผิดชอบ ความเชื่อมั่นในตนเอง การจัดระเบียบความคิด จากการถามตอบ การอภิปราย (ขณะปฏิบัติกิจกรรม) ผู้สอนประเมิน จากการทำใบงาน แบบฝึกหัดเสริม โจทย์ประยุกต์ ดูการทำงานอย่างเป็นระบบ พิจารณาความรอบคอบ วิธีการคิดการแก้ปัญหา (ประเมินผลการทำกิจกรรม)
    • นักศึกษาประเมินตนเอง จากการทำงานใบงาน แบบฝึกหัดเสริม และโจทย์ประยุกต์
    • นักศึกษาประเมินการเรียนการสอนจากบันทึกของนักศึกษา


ผศ.เพ็ญศรี เตมียกุล

default

เป็นการบูรณาการความรู้ทางคณิตศาสตร์ สถิติ เข้ากับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน: ประเทศไทยจะพัฒนาเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง สิ่งสำคัญหนึ่งคือรัฐบาลต้องให้งบประมาณสนับสนุนการทำงานวิจัยในด้านต่างๆ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการทำงานวิจัยนั้นผู้วิจัยจะต้องมีความรู้ทางสถิติเป็นหลักและมีการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์งานวิจัยมีบทบาทสำคัญในทุกสาขาวิชาอาชีพ เช่น งานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ การตลาด การศึกษา การแพทย์ การกสิกรรม การเกษตรกรรม การคมนาคม การหาพลังงานทดแทน เป็นต้น ความรู้ทางสถิติจึงเป็นความรู้ที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพหรือการดำเนินชีวิตของนักศึกษา
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม:ความรู้ทางสถิติ คำแรกที่นักศึกษาต้องรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้คือคำว่า ข้อมูลสถิติ หรือข้อมูล คืออะไร ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราสนใจ ยกตัวอย่าง อายุของนักศึกษาแต่ละคนในห้องนี้ จากนี้สุ่มนักศึกษาให้ยกตัวอย่างข้อมูล แล้วอาจารย์ผู้สอนชี้ให้เห็นว่าเป็นข้อมูลทางสถิติหรือไม่ หากไม่เน้นเช่นนี้ นักศึกษาอาจเหมารวมเอาค่า ความถี่ ค่าประจำตำแหน่งของข้อมูล มาคิดเป็นข้อมูล
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:นักศึกษาและอาจารย์ช่วยกันสรุปวิธีการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต อาจารย์ผู้สอนสรุปเป็นสูตร แล้วอธิบายสัญลักษณ์ของสูตร
  4. การวัดและประเมินผล:ให้นักศึกษาทำแบบฝึกทักษะ

ภาควิชาเทคโนโลยีสื่อสารและอุตสาหกรรม

default

สาขาวิชาเทคโนโลยีเครื่องเรือน

ผศ.บุญศักดิ์ สมบุญรอด

default

ใช้การบูรณาการแบบสอดแทรก เป็นการบูรณาการระหว่างวิชาต่างๆ เช่น วิชาการออกแบบ, วิชาการเขียนแบบ, วิชาปฏิบัติงานโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์, วิชางานเคลือบผิวเฟอร์นิเจอร์, และวิชางานบุเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน
    • ออกแบบองค์ประกอบ “แบบประเมินความพึงพอใจ”
    • กำหนดวัตถุประสงค์ของแบบประเมิน
    • แบบประเมินแบ่งออกเป็นตอนๆ
    • กำหนดความหมายของระดับค่าความพึงพอใจ
    • กำหนดสถานภาพของผู้ประเมิน
    • ออกแบบชิ้นงานโครงการ ที่สรุปมาจากแบบสอบ “กลุ่มเป้าหมาย”
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม
    • นักศึกษาออกแบบชิ้นงานเป็นภาพ 3 มิติ พร้อมแสดงภาพด้านต่างๆ ตามหลักการเขียนแบบ
    • นักศึกษากำหนดขนาดสัดส่วนให้ครบ
    • นักศึกษากำหนดความคิดรวบยอดของชิ้นงาน
    • นักศึกษากำหนดวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้ครบถ้วน
    • นักศึกษาลงสีชิ้นงานให้เหมือนจริงมากที่สุด
    • ชิ้นงานในแบบประเมินควรมีไม่น้อยกว่า 3 แบบ
    • ทำตารางสรุปแบบประเมินทั้งหมดเพื่อหาข้อสรุปในการผลิตจริง
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน
    • P -วางแผนการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เชี่ยวชาญ
    • D - ลงมือปฏิบัติสร้างแบบประเมิน
    • C -ตรวจสอบโครงสร้างแบบประเมิน
    • A -ปรับปรุงแก้ไขแบบประเมิน
  4. การวัดและประเมินผล
    • วัดความสามารถในการปฏิบัติได้จริง
    • วัดกระบวนการในการทำงาน
    • วัดผลผลิตในการทำงาน

สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

default

ดร.นงค์นุช กลิ่นพิกุล

  • การถามคำถาม ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์โดยการใช้คำถามที่ผู้เรียนต้องใช้จินตนาการความคิดสร้างสรรค์และสร้างคำตอบที่เป็นของตนเอง
  • การใช้แบบภาพ (Graphicorganizers) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ถ่ายทอดความคิดออกมา
  1. การนำเข้าสู่บทเรียน
    • การสร้างแรงใจในการเรียนโดยการพูดถึงผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน การได้มา การตอบสมอง และการให้นักศึกษามีส่วนร่วมในการยกตัวอย่าง
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม
    • เริ่มจากการบรรยายถึงการได้มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบที่มา พร้อมยกตัวอย่าง ประเภทและอธิบายขั้นตอนการสร้างแรงบันดาลที่มาของชิ้นงานโดยการทำ mood board
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน:
    • นักศึกษาสามารถอธิบายและสร้างชิ้นงานที่มีที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบโดยการนำรูปแบบต่างๆมาใช้ในการออกแบบ
  4. การวัดและประเมินผล
    • ประเมินจากชิ้นงานของนักศึกษา
    • ประเมินจากพฤติกรรมของนักศึกษาจากการแสดงความคิดเห็นและการซักถาม
    • ประเมินจากแบบประเมินการเรียนการสอน

สาขาวิชาเทคโนโลยีการโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง

ผศ.ดร.นรีรัตน์ สร้อยศรี

defalt

ใช้ Model บูรณาการ การเรียนรู้ตามสภาพจริงผ่านโครงการบริการวิชาการ

  1. การนำเข้าสู่บทเรียน#*ใช้ขั้นตอนการวางแผนก่อนการผลิต
  2. การสอน ดำเนินกิจกรรม
    • ใช้ขั้นตอน Production
  3. การสรุปความรู้จากบทเรียน
    • ใช้ Learning log หลังจากกลับจากการออกค่าย
  4. การวัดและประเมินผล
    • แบบสอบถาม
    • แบบประเมินคุณภาพสื่อผ่านการประกวดสื่อที่ผลิต

การสร้างแรงจูงใจในการทำวิจัย

Kmm-18.jpg

ภาควิชาวิทยาศาสตร์

default

ผศ.สันติภาพ สระบัว

Kmm-14.jpg
  • แรงจูงใจในการทำวิจัย: ปัญหาด้านฟิสิกส์ศึกษาที่ผ่านมาเราลงทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์ด้วยเงินจำนวนมาก แต่เครื่องมือเหล่านั้นไม่เหมาะกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ประกอบกับมหาวิทยาลัยควรมีบทบาทในการชี้นำสังคม ในฐานะของมหาวิทยาลัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะงานสร้างสรรค์ ที่ลดต้นทุนการดำเนินงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

อ.อภิชาติ พองพลา

  • จุดเริ่มต้อนจากการได้เป็นผู้ช่วยนักวิจัยในสมัยเรียนระดับมหาวิทยาลัยจนรู้สึกชอบและอยากที่จะค้นคว้าหาความรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เสมอ

ผศ.ดร.กาญจนา ชินสำราญ

  • ความชอบส่วนตัวและการถูกกำหนดเป็นภาระงานของอาจารย์

ดร.พลวัต นิวเคลียร์

  • อยากได้องค์ความรู้ใหม่ๆ ได้ทักษะใหม่ๆ และมีความชำนาญเพิ่มขึ้น

ดร.ดวงสุรีย์ แสนสีระ

  • การตีพิมพ์เผยแพร่

ดร.พิชามญชุ์ น้อยสุวรรณ

  • มีความสนใจในการที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดความรู้
  • เป็นภาระงานที่จะต้องปฏิบัติให้ครบ

อ.เพ็ชร สุธิภรณ์

  • ต้องการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการทำวิจัยให้กับตนเอง พัฒนาความเชี่ยวชาญและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์

default
Kmm-15.jpg

อ.ปทุม วัฒนพรพรหม

  • มีความสนใจในการทำงานวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่สนใจ

ภาควิชาเทคโนโลยีสื่อสารและอุตสาหกรรม

default

ผศ.ชัยมิตร แสวงมงคล

  • การวิจัย คือ การออกแบบ (RESEARCH IS DESIGN) ซึ่งนักออกแบบกระทำเป็นอาชีพอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่าทำวิจัยไปด้วย

ผศ.ดร.ประวัติ เลิศจันทรางกูร

Kmm-17.jpg
  • เมื่อมีการประกาศจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพขึ้นในปี พ.ศ.2554 ผู้วิจัยจึงมีความประสงค์ที่จะจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพธุรกิจถ่ายภาพ ให้สำเร็จลงตามความปรารถนาของผู้ประกอบอาชีพ ที่ผู้วิจัยเคยขอความร่วมมือในการศึกษา และยื่นความประสงค์ขอรับทุนสนับสนุนจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งก็ได้รับความไว้วางใจให้จัดทำ เนื่องจากเห็นว่ามีความมุ่งมั่นและกลุ่มอาชีพพร้อมที่จะให้ความร่วมมือจนงานสำเร็จลุล่วงลงได้ ซึ่งผลจากการจัดทำสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับผู้ประกอบอาชีพและผู้ประกอบการได้รับบุคลากรที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับได้โดยการรับรองจากคนในอาชีพ ที่ร่วมจัดทำทุกขั้นตอน อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของกลุ่มอาชีพ และพร้อมที่จะการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ในอนาคต
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม
สไลด์อบรม