หลักการการให้บริการที่ดี

จาก UTKWiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

หลักการการให้บริการที่ดี

เนื้อหา

การบริการ

การบริการ คือ การให้ความช่วยเหลือหรือการดำเนินการเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นการบริการที่ดีผู้รับบริการจะได้รับความประทับใจและเกิดความชื่นชมองค์กร อันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่องค์กรเบื้องหลังความสำเร็จของทุกงาน มักจะมีงานบริการเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นงานประชาสัมพันธ์งานบริการวิชาการต่างๆ ตลอดทั้งความร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจจากเจ้าหน้าที่ทุกระดับซึ่งจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนพัฒนางานบริการให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ จนเกิดเป็น

จิตบริการ

  1. เวลาทุกนาทีมีค่าสำหรับผู้รับบริการ
  2. การให้บริการที่ดี เริ่มจากการให้บริการที่ดีกับคนในองค์กรก่อน
  3. การให้บริการที่เกินความคาดหวังเป็นที่สุดของการบริการ
  4. การให้บริการที่ดีส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร

หลักการรับฟัง...ด้วยใจ

  1. เปิดใจที่จะรับฟัง
  2. ให้เกียรติผู้พูด
  3. ตระหนักถึงความสำคัญของผู้พูด
  4. ฟังอย่างมีสติ
  5. ฟังเสียงโดยปราศจากอคติ
  6. ฟังด้วยความใส่ใจและอย่างจริงใจ
  7. ฟังโดยรับรู้สาระได้อย่างถูกต้องตรงตามที่ผู้พูดต้องการสื่อสาร
  8. ฟังโดยรับรู้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้พูดอย่างถูกต้องตรงสภาพความเป็นจริง
  9. รับฟังโดยไม่ฆ่าตัดตอนการสื่อสาร
  10. มีคุณธรรมและจริยธรรมในการรับฟัง

หลักการสื่อความ...ด้วยใจ

  1. เปิดใจที่จะสื่อความ
  2. ให้เกียรติต่อผู้ฟังเสมอ
  3. คิดก่อนพูดเสมอ
  4. ถ่ายทอดด้วยความจริงใจ
  5. มีความสามารถในการจัดการอารมณ์
  6. ใช้ภาษาเป็นและเหมาะสม
  7. สื่อความข้อมูลที่เป็นจริงและมีคุณภาพมีพฤติกรรมการสื่อความที่แสดงความเป็นมิตรและเป็นกันเอง
  8. สื่อความโดยไม่ฆ่าตัดตอนการสื่อสารมีคุณธรรมและจริยธรรมในการสื่อความ

คุณลักษณะของผู้ให้บริการที่ดี

การให้บริการนั้นเป็นหน้าที่ในชีวิตประจำวันที่ทุกคนต้องปฏิบัติ ฉะนั้นหากเราต้องการให้ผู้อื่นชื่นชมต่อตัวเราตลอดเวลา เราก็จะต้องปรับปรุงและเสริมสร้างคุณลัษณะของเราให้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้อื่นและที่สำคัญคือต้องถูกใจตนเองด้วย คุณลักษณะของผู้ให้บริการที่ดีควรประกอบไปด้วย#คุณลักษณะทางกาย คือ เป็นประการด่านแรกของการให้บริการเพราะลูกค้าจะสัมผัสเราโดยการมองเห็นก่อน ฉะนั้น การมีบุคลิกภาพที่ดีมีการแสดงออกที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำก่อนการมีบุคลิกภาพที่ดีนั้น ต้องดีทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งทั้ง 2 ประการมีสาระที่น่าสนใจ ดังนี้

บุคลิกภาพภายนอก

ได้แก่

  • ร่างกายสะอาด
  • แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะ
  • ยิ้มแย้มแจ่มใส
  • กิริยาอ่อนน้อม รู้จักที่จะไหว้ให้เป็นและสวย

บุคลิกภาพภายใน

ได้แก่

  • กระตือรือร้น
  • รอบรู้
  • เต็มใจและจริงใจ
  • ความจำดี
  • มีปฏิภาณไหวพริบ
  • มีความรับผิดชอบ
  • มีอารมณ์มั่นคง

คุณลักษณะทางวาจา

นับเป็นคุณลักษณะที่มีความจำเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพราะปัญหาของการให้บริการส่วนใหญ่จะเกิดจากการสื่อสารระหว่างผู้ให้กับผู้รับบริการ ดังนั้นหากสามารถนำคุณลักษณะทางวาจาที่ดีมาใช้ได้มากปัญหาการบริการก็จะลดลง ซึ่งคุณลักษณะทางวาจาที่เหมาะสมมีดังนี้

  • พูดจาไพเราะอ่อนหวาน
  • รู้จักให้คำชมตามโอกาสอันสมควร
  • ใช้ถ้อยคำภาษาให้ถูกต้อง
  • ใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับผู้ฟังและสถานการณ์
  • พูดชัดเจน กระชับ เข้าใจง่าย
  • หลีกเลี่ยงการตำหนิและนินทา
  • รู้จักทักทายผู้อื่นก่อน

อย่าลืมใช้คำว่า

“สวัสดี ขอโทษและขอบคุณ”นอกจากการใช้วาจาดังที่กล่าวแล้ว เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของผู้ที่ประสบความสำเร็จในงานบริการก็คือต้องเป็นผู้ฟังที่ดี   ซึ่งมีหลักปฏิบัติดังนี้
  • ฟังด้วยความเต็มใจ สนใจและใส่ใจ
  • อย่าปล่อยให้อคติเข้ามารบกวน
  • จับความให้ได้และตอบรับอย่างมีจังหวะ
  • ถามคำถามและตรวจสอบความเข้าใจ
  • อย่าขัดจังหวะ

คุณลักษณะภายในใจ

สุดยอดของการให้บริการก็คือบริการด้วยหัวใจ ซี่งขอหยิบยกคุณลักษณะที่เป็นพื้นฐานในเรื่องนี้  ดังต่อไปนี้
  • รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา กล่าวคือเมื่อเราต้องการแต่สิ่งดี ๆ เราก็ควรจะมอบสิ่งดีนั้นให้แก่ผู้อื่นด้วย ในทางกลับกันถ้าเราไม่ต้องการสิ่งที่ไม่ดีเราก็ไม่ควรปฏิบัติเช่นนั้น
  • ให้บริการผู้อื่นประดุจคนรักของตน ถ้าเรานึกถึงได้ว่าเมื่อเรามีคนรักและอยู่ในห้วงแห่งความรักนั้น เราปฏิบัติต่อคนรักเราฉันใด เราก็ควรปฏิบัติต่อผู้อื่นฉันนั้น
  • สร้างความรักและสิ่งดีงามในหัวใจ มีผู้รู้หลายท่านได้กล่าวไว้ตรงกันว่าคนเรามีหัวใจเป็นอย่างไรการแสดงออกก็จะเป็นอย่างนั้น หากเรามีความโกรธในจิตใจการแสดงออกก็จะเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว ดุดัน คำพูดก้าวร้าว หน้าตาบึ้งตึง แต่ถ้าเรามีจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา กิริยาท่าทางที่ออกมาก็จะมีแต่รอยยิ้ม ความเอื้ออาทร ความเห็นอกเห็นใจ และความจริงใจ

หลักในการให้บริการ

  1. การให้บริการอย่างมีคุณภาพนั้น ต้องทำทุกครั้งไม่ใช่ทำเฉพาะการบริการครั้งแรกเท่านั้น
  2. คุณภาพของการบริการวัดจากความพอใจของลูกค้าไม่ใช่วัดจากความพอใจของผู้ให้บริการ
  3. การบริการที่คุณภาพเกิดขึ้นจากการที่ทุกคนในองค์การร่วมมือกันและลงมือกระทำอย่างจริงจังและจริงใจ
  4. การบริการที่มี่คุณภาพต้องสามารถตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้
  5. การบริการที่ดีย่อมเกิดจากการสื่อสารที่ดีต่อกัน
  6. ผู้ให้บริการต้องรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นสุขที่มีโอกาสทำให้ผู้รับบริการเกิดความพอใจ

กลยุทธ์การให้บริการที่ประทับใจ

สุดยอดของการให้บริการก็คือความพึงพอใจและความประทับใจ ดังที่กล่าวแล้วว่า ผู้ให้บริการเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่เคล็ดลับการบริการที่ประทับใจ ฉะนั้นจึงใคร่ขอสรุปประเด็นกลยุทธ์ที่ได้รวบรวมจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญและสั่งสมจากประสบการณ์ของผู้เขียนเองมานำเสนอไว้ดังนี้

  1. ผู้รับบริการพอใจ เราพอใจ ถือความเป็นสมดุลที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ ดังพุทธศาสนาได้บัญญัติไว้ว่าความสุขที่แท้คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
  2. รอยยิ้มพิมพ์ใจย่อมติดใจในผู้รับบริการ มีนักปราชญ์ท่านหนึ่งกล่าวว่า รอยยิ้มของคนเราสามารถขจัดปัญหาทั้งมวล นั่นแปลว่ารอยยิ้มเริ่มเกิดจากจิตใจที่สะอาด สว่าง สงบ อันนำมาซึ่งสติปัญญาของคนเราที่จะพิจารณาไตร่ตรองหาทางออกให้กับปัญหานั้น
  3. ต้องการให้คนอื่นทำอะไรให้กับตัวเรา เราต้องทำสิ่งนั้นให้ผู้อื่นก่อน เราต้องรู้จักอคติในตัวเราเพื่อเปิดใจในการให้และรับความปรารถนาดีจากผู้อื่น
  4. เอาชนะตนเองให้ได้ ศักดิ์ศรีและความสำเร็จของมนุษย์นั้น ไม่ใช่อยู่ที่การอยู่เหนือหรือเอาชนะผู้อื่น แต่อยู่ที่เราสามารถเอาชนะใจตนเองให้ได้ เราจะสามารถทำงานบริการให้ได้มีคุณภาพนั้นต้องเริ่มที่ใจของตนเองก่อน กล่าวได้ว่าการพัฒนาคุณลักษณะทางกาย วาจา และใจของผู้ให้บริการนั้นจำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานที่ดีมาจากทัศนคติของบุคคลนั้น ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้พวกเราได้นำพฤติกรรมบริการที่ได้กล่าวไปแล้วไปปฏิบัติเพื่อให้ตัวเรามีความสุขที่แท้ในการทำงาน

ลักษณะของ “การบริการที่ดี” ประกอบด้วย

  1. ผู้รับบริการต้องมาก่อนเสมอ หมายถึง คำนึงถึงผู้รับบริการก่อนสิ่งอื่นใด
  2. ผู้รับบริการถูกเสมอไม่ว่าผู้รับบริการจะพูดจะทำอย่างไรต้องไม่โต้แย้งเพื่อยืนยันว่าผู้รับบริการผิด
  3. ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกอบอุ่นสบายใจ

คุณสมบัติ/คุณลักษณะของผู้ให้บริการ (บุคลากรในสำนักงานส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน)

  1. ดูแล หน้าตา ทรงผม เล็บมือ ให้สะอาดอยู่เสมอ
  2. ขณะให้บริการ อย่ารับประทานอาหาร หรือของขบเคี้ยวต่างๆ
  3. อย่าท้าวเอว เกาหัว หาวนอน หยอกล้อเล่นกันขณะให้บริการ
  4. อย่าเสริมสวย ล้วง แคะ แกะ เกา ขณะให้บริการ
  5. ห้ามพูดจา หรือหยิบของข้ามหน้าข้ามตาผู้อื่น
  6. แต่งกายสภุาพเรียบร้อยถูกระเบียบ
  7. ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพต่อผู้ร่วมงาน และผู้รับบริการ#ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเมื่อมีผู้รับบริการ
  8. ประสานงาน และติดตามงานกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร
  9. มีทัศนคติที่ดีต่อการให้บริการ
  10. มีความพร้อม และกระตือรือร้นในการให้บริการให้เกียรติผู้ร่วมงาน และผู้รับบริการมีความอดทนอดกลั้น

มาตรฐานการให้บริการ

มาตรฐานการต้อนรับผู้รับบริการ

  1. สอบถามความต้องการของผู้รับบริการก่อนเสมอ
  2. สอบถามความต้องการโดยใช้คำพูด “สวัสดีครับ/ค่ะ ต้องการติดต่อเรื่องอะไรครับ/ค่ะ”
  3. อำนวยความสะดวกแก่ผู้รับบริการด้วยความเต็มใจ
  4. ให้การต้อนรับผู้รับบริการด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดี
  5. มองสบตา พายิ้มพิมพ์ใจ ปราศรัยทักทายผู้มารับบริการก่อนเสมอ
  6. ขณะให้บริการ ต้องมีความกระฉับกระเฉง กระตือรือร้น เสมอ
  7. ให้บริการแก่ผู้รับบริการทุกคนด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกันตามลำดับ ก่อน-หลั
  8. ถ้าหากมีผู้รับบริการมาก เกิดการบริการที่ล่าช้าหรือมีข้อผิดพลาดใดๆ ต้องกล่าวคำว่า “ขอโทษ” เสมอ
  9. ให้บริการภายในเวลาที่กำหนด หากดำเนินการไม่ได้ ต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้รับบริการ ทราบด้วยวาจาที่สุภาพ

มาตรฐานการรับโทรศัพท์

  1. รับโทรศัพท์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียก หากมีเหตุผลจำเป็นต้องรับโทรศัพท์ช้าไม่ควร ให้เสียงกริ่งดังเกิน 3 ครั้ง
  2. กล่าวคำทักทาย โดยพูดว่า “สวัสดีครับ/ค่ะ, (ชื่อหน่วยงาน), (ชื่อผู้รับโทรศัพท์), รับสายครับ/ค่ะ”
  3. เมื่อผู้รับบริการแจ้งความต้องการแล้ว ให้ผู้รับโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมารับสายโดยเร็ว
  4. กรณีที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่อยู่หรือไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ ให้ผู้รับโทรศัพท์สอบถาม รายละเอียดต่างๆ จากผู้ที่โทรเข้ามา เช่น ชื่อผู้โทร เบอร์ติดต่อกลับ เรื่องที่ต้องการจะติดต่อเพื่อ แจ้ง ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป

หัวใจการบริการ

  1. ต้องมีความรวดเร็วทันเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวการณ์แข่งขันยุคปัจจุบัน ความรวดเร็วของการปฏิบัติงาน ความรวดเร็วของการให้บริการจากการติดต่อจะเป็นที่พึงประสงค์ของทุกฝ่าย ดังนั้นการให้บริการที่รวดเร็วจึงเป็นที่ประทับใจเพราะไม่ต้องเสียเวลารอคอย สามารถใช้เวลาได้คุ้มค่า
  2. ต้องมีความถูกต้องชัดเจนงานบริการที่ไม่ว่าจะเป็นการให้ข่าวสาร ข้อมูล หรือการดำเนินงานต่าง ๆ ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนเสมอ
  3. การจัดบรรยากาศสภาพที่ทำงานต้องจัดสถานที่ทำงานให้สะอาดเรียบร้อย มีป้ายบอกสถานที่ ขั้นตอนการติดต่องาน ผู้มาติดต่อสามารถอ่านหรือติดต่อได้ด้วยตนเองไม่ต้องสอบถามใคร ตั้งแต่เส้นทางเข้าจนถึงตัวบุคคลผู้ให้บริการและกลับไปจุดการให้บริการควรเป็น One stop service คือไปแห่งเดียวงานสำเร็จ
  4. การยิ้มแย้มแจ่มใสหน้าต่างบานแรกของหัวใจในการให้บริการคือความรู้สึก ความเต็มใจและความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ เป็นความรู้สึกภายในของบุคคลว่าเราเป็นผู้ให้บริการ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ประทับใจกลับไปความรู้สึกดังกล่าวนี้ จะสะท้อนมาสู่ภาพที่ปรากฏในใบหน้าและกิริยาท่าทางของผู้ให้บริการ คือการยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายด้วยไมตรีจิต การยิ้มแย้มแจ่มใสจึงถือเป็นบันไดขั้นสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จขององค์กร การยิ้มคือการเปิดหัวใจการให้บริการที่ดี
  5. การสื่อสารที่ดีการสื่อสารที่ดีจะสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร ตั้งแต่การต้อนรับด้วยน้ำเสียง และภาษาที่ให้ความหวังให้กำลังใจ ภาษาที่แสดงออกไม่ว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์โดยตรง หรือทางโทรศัพท์จะบ่งบอกถึงน้ำใจการให้บริการข้างในจิตใจ ความรู้สึกหรือจิตใจที่มุ่งบริการจะต้องมาก่อนแล้วแสดงออกทางวาจา
  6. การเอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงความรู้สึกของผู้มาติดต่อขอรับบริการ เขามุ่งหวังได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความถูกต้อง การแสดงออกด้วยไมตรีจากผู้ให้บริการ การอธิบายในสิ่งที่ผู้มารับบริการไม่รู้ด้วยความชัดเจน ภาษาที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิต มีความเอื้ออาทร ติดตามงานและให้ความสนใจต่องานที่รับบริการอย่างเต็มที่ จะทำให้ผู้มาขอรับบริการเกิดความพึงพอใจ
  7. การพัฒนาเทคโนโลยี เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือและเทคนิควิธีการให้บริการที่ดีและรวดเร็วในด้านการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลต่างๆจะเป็นการเสริมการให้บริการที่ดีอีกทางหนึ่ง เช่น Website
  8. การติดตามและประเมินผลการบริการที่ดีควรมีการติดตาม และประเมินผลความพึงพอใจจากผู้รับบริการเป็นช่วง ๆ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและผลสะท้อนกลับว่ามีข้อมูลส่วนใดต้องปรับปรุงแก้ไข เป็นการนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการให้บริการและพัฒนาตนต่อไป

การสร้างหัวใจนักบริการ

  1. S = Smiling and Sympathy (ยิ้มแย้ม และเห็นอกเห็นใจ)
  2. E = Early Response (ตอบสนองอย่างรวดเร็ว)
  3. R = Respectful (แสดงออกถึงความนับถือให้เกียรติ)
  4. V = Voluntariness manner (ให้บริการสมัครใจ)
  5. I = Image Enhancing (รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและองค์กร)
  6. C = Courtesy (อ่อนน้อม สุภาพ)
  7. E = Enthusiasm (กระฉับกระเฉง กระตือรือร้น)

[1] [2]

คำถามที่พบบ่อย ในสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

จำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนได้ในแต่ละภาคการศึกษา

  • นักศึกษาภาคปกติสามารถลงทะเบียนได้ไม่ต่ำกส่า 9 – 22 หน่วยกิต
  • นักศึกษาภาคสมทบสามารถลงทะเบียนได้ไม่เกิน 16 หน่วยกิต
  • ภาคฤดูร้อนสามารถลงทะเบียนได้ไม่เกิน 9 หน่วยกิต
  • หากต้องการลงทะเบียนเรียนเกิน 22 หน่วยกิตแต่ไม่เกิน 25 หน่วยกิต สำหรับนักศึกษาภาคปกติและลงทะเบียนเกิน 16 หน่วยกิต แต่ไม่เกิน 19 หน่วยกิต สำหรับนักศึกษาภาคสมทบสามารถทำได้โดยนำคำร้องเสนอผ่านต่อคณบดี

นักศึกษาไม่ทำการลงทะเบียน

  • ขั้นตอนการปฏิบัติ

Ascar3.jpg

  • แจ้งให้นักศึกษาทำการลาพักการศึกษา/รักษาสภาพการเป็นนักศึกษา โดยยื่นคำร้องผ่านอาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าสาขาวิชาและคณบดี *นำคำร้องไปชำระเงินที่กองคลัง จำนวน 300 บาท*นำคำร้องมายื่นที่ สวท. เพื่อทำการปรับสถานะ

การแก้คะแนนเกรด “I” จะดำเนินการแก้ “I” ได้เมื่อไร ขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้

ระดับคะแนน ม.ส. (I) จะแบ่ง “I” เป็น 2 ประเภท

  • (I) ในรายวิชาทั่วไป นักศึกษาต้องขอแก“I” ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษา
  • (I) ในรายวิชาโครงการ(Project) นักศึกษาต้องขอแก“I” ให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ภาคการศึกษายกเว้นภาคการศึกษาฤดูร้อนซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่ไม่บังคับ แต่หากนักศึกษาลงทะเบียนในภาคการศึกษาฤดูร้อน จะต้องดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนวันสิ้นภาคการศึกษาฤดูร้อน มิฉะนั้นระดับคะแนน ม.ส. (I) จะถูกเปลี่ยนเป็นระดับคะแนน ต (F) นักศึกษาที่ได้ระดับคะแนน ม.ส. (I) ในภาคการศึกษาใด ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนเรียนเพื่อขอปรับ ระดับคะแนน ม.ส. (I) ในภาคการศึกษาต่อไปแต่การขอเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ในภาคการศึกษาสุดท้ายของนักศึกษา นักศึกษาต้องขอรักษาสภาพการเป็นนักศึกษา และชำระเงินค่าธรรมเนียม 300 บาท (กรณีนักศึกษาไม่มีการลงทะเบียนนะ)
    • **การให้ระดับคะแนนจากนักศึกษาที่แก้ (I) ถ้ามิใช่ความผิดของนักศึกษา ในกรณีเช่นนี้การเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ให้สูงกว่าระดับคะแนน ค (C) ขึ้นไปได้ แต่ถ้าเป็นกรณีความผิดของนักศึกษาแล้วการเปลี่ยนระดับคะแนน ม.ส. (I) ไม่สามารถได้สูงกว่าระดับคะแนน ค (C)**

เกณฑ์การพ้นสภาพเนื่องจากผลการศึกษา

จำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียน GPA
ระหว่าง 30 - 59 หน่วยกิต ต่ำกว่า 1.50
ตั้งแต่ 60 หน่วยกิตขึ้นไปก่อนครบหลักสูตร ต่ำกว่า 1.75
เรียนครบหลักสูตร ต่ำกว่า 1.89
เรียนครบหลักสูตร ตั้งแต่ 1.90 ขึ้นไป (ไม่ถึง 2.00) ต้องลงทะเบียนเรียนซ้ำรายวิชาที่ได้ระดับคะแนนต่ำกว่า ก (A) เพื่อปรับค่าเฉลี่ยสะสมให้ถึง 2.00 (จบหลักสูตร) ภายในระยะเวลา 3 ภาคการศึกษา รวมภาคการศึกษาฤดูร้อนแต่ไม่เกินระยะเวลา 2 เท่าของแผนการเรียนตามหลักสูตร

หลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนเรียนซ้ำ หรือเรียกว่า การเรียนเน้น (Regrade)

จำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียน GPA
ระหว่าง 30 - 59 หน่วยกิต ต่ำกว่า 1.50-174
ตั้งแต่ 60 หน่วยกิตขึ้นไปก่อนครบหลักสูตร ต่ำกว่า 1.75-189
เรียนครบหลักสูตร ต่ำกว่า 1.90-199

วิชาที่ลงทะเบียนรีเกรดได้ต้องได้เกรดไม่เกิน D+ ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดซ้ำหรือแทนกันให้นับหน่วยกิตของรายวิชาที่ได้ระดับคะแนนดีที่สุดเพียงครั้งเดียว ยกเว้น เรียนครบหลักสูตร สามารถลงทะเบียน รีเกรดรายวิชาที่ได้ระดับคะแนนต่ำกว่า ก (A)

นักศึกษาถูกถอนรายชื่อจากการเป็นนักศึกษาแต่ไม่เกิน 2 ภาคติดต่อกันต้องทำอย่างไร

Ascar1.jpg

ถ้าถูกยกเลิกการลงทะเบียนต้องการขอกลับเข้าศึกษาในภาคนั้น(ภาคที่มีแผนการเรียนปกติ)และได้รับการอนุมัติจากอธิการบดี

Ascar2.jpg

การย้ายคณะและการเปลี่ยนสาขาวิชาจะทำอย่างไร

Ascar4.jpg

  • หมายเหตุ**
    • จะต้องมีผลการศึกษา 1 ภาคการศึกษา ก่อนและสามารถกระทำได้เพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ เท่านั้น และ ไม่เป็นเหตุให้ขยายเวลาการศึกษาเกินกว่าสองเท่าของแผนการเรียนตามหลักสูตร การย้ายสาขา หรือ คณะ ทุกวิชาที่เคยลงทะเบียนมาแล้วจะมาปรากฎใน TR ใหม่ ทั้งหมด พร้อมกับคิด GPA ต่อเนื่องกับของใหม่ไม่แนะนำให้ย้ายคณะ หรือ สาขา แต่ควรขอเข้าใหม่ โดยโอนเฉพาะวิชาที่ได้ C ขึ้นไป

หากลงทะเบียนแล้วมาทำการลาพักเกรดหนูจะเป็นอย่างไร

Ascar5.jpg

นักศึกษาไม่ปฏิบัติ ตามกำหนดระยะเวลา(เกินเวลาที่กำหนด) ต้องปฏิบัติอย่างไร

Ascar6.jpg

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษา

Ascar7.jpg

กรณีใดบ้างที่เข้าระบบงานทะเบียนไม่ได้

Ascar8.jpg

ไม่ชำระเงินตามระยะเวลาที่กำหนด

Ascar9.jpg

  • วิธีแก้คือ นักศึกษาต้องมาติดต่อด้วยตัวเอง ที่สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียนเท่านั้นไม่รับแจ้งรหัสผ่าน ทางโทรศัพท์โดยเด็ดขาด

กรณีเข้าระบบงานทะเบียนได้ แต่ลงทะเบียนไม่ได้มีสาเหตุมาจาก

  • มีหนี้ค้างชำระ
  • ค้างหนังสือห้องสมุด
  • Lock การลงทะเบียนโดยอาจารย์ที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่
  • ไม่ได้ประเมินอาจารย์ผู้สอน ซึ่งจะเข้าไปประเมินได้ที่ Website : mis.rmutk.ac.th

เกรดเท่าไรจึงจะได้เกียรตินิยม

เกียรตินิยมอันดับ 1 ต้องได้ค่าเฉลี่ย 3.75 หรือมากกว่า
เกียรตินิยมอันดับ 2 ต้องได้ค่าเฉลี่ย 3.50 – 3.74
  • หมายเหตุ ต้องไม่มีเกรด F D หรือ D+ และสำเร็จตามระยะเวลาของหลักสูตร



  1. การบริการที่ดี. http://eservices.dpt.go.th[ออนไลน์]
  2. การมีหัวใจบริการ(Service Mind). http://blog.lib.kmitl.ac.th[ออนไลน์].
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม
สไลด์อบรม