เทคนิคการประชาสัมพันธ์เพื่อรับนักศึกษาใหม่

จาก UTKWiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เทคนิคการประชาสัมพันธ์เพื่อรับนักศึกษาใหม่

เนื้อหา

เทคนิคการประชาสัมพันธ์เพื่อรับนักศึกษาใหม่

การวางแผนงานประชาสัมพันธ์เพื่อรับนักศึกษาใหม่ เริ่มจาก การกำหนดแนวทางและกระบวนการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการอย่างสมดุล เพื่อให้มีประสิทธิภาพ การประชาสัมพันธ์สามารถสร้าง และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคมได้ ต้องวางแผนให้ต่อเนื่อง เพื่อครอบคลุม และกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน แผนงานประชาสัมพันธ์ต้องมีความสอดคล้องกับแผนงานของมหาวิทยาลัย สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน การวางแผนงานประชาสัมพันธ์ควรมีผู้ดำเนินการ ซึ่งมีบทบาทร่วมกำหนดนโยบาย และดำเนินงานตามแผน รวมทั้งการเก็บข้อมูลป้อนกลับ และประเมินผล เพื่อนำมาร่วมปรับปรุงแผนงานประชาสัมพันธ์ต่อไป

         เทคนิคการประชาสัมพันธ์

เริ่มจาการวางแผนงานประชาสัมพันธ์ มีความหมายคล้ายกับการวางแผนการสื่อสาร เพราะการประชาสัมพันธ์เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ นโยบาย ข้อมูลนำเข้า การตัดสินใจเชิงเทคนิค และผลที่ได้รับ คือ

1. นโยบาย (Policy) คือ

การตัดสินใจครั้งแรก ที่จะแก้ไขปัญหา หรือลงมือพัฒนาด้วยการวางแผน โดยผู้บริหารจะมีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในการกำหนดวัตถุประสงค์ และแนวทางปฏิบัติที่มีลักษณะ กว้าง ๆ แต่มีความแน่นอน กะทัดรัด และเข้าใจง่าย เพื่อสะดวกต่อการที่นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติจะนำไปดำเนินการอย่างได้ผล

2. ปัจจัยป้อนเข้า หรือข้อมูลนำเข้า (Input)

หมายถึงข้อมูลและสภาพความจริงที่นักวางแผนหรือนักวิชาการ จะต้องนำมาศึกษา พิจารณาเพื่อสร้างแผนในอนาคต ที่มีความเป็นไปได้ (feasibility) และตอบสนองความต้องการของนโยบาย และวัตถุประสงค์ ปัจจัยป้อนเข้าได้แก่

2.1 ข่าวสาร และสภาพทั่วไป อาทิ องค์กร และสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม
2.2 ข้อมูลและสภาพเกี่ยวกับทรัพยากร อาทิ บุคลากร อุปกรณ์ งบประมาณ
2.3 วิทยาการ และระเบียบวิธี (technologyand methodology) อาทิหลักการ
     ทฤษฎี วิธีการ กลยุทธ์ (strategy) กลวิธี (tactics) และจิตวิทยา (psychology)
3. การตัดสินใจเชิงเทคนิค คือการตัดสินใจครั้งที่สองหรือทางเลือกเพื่อประสิทธิภาพของแผน
3.1 ทางเลือกเกี่ยวกับรูปแบบ ของระบบองค์กร และแนวทางปฏิบัติ
3.2 ทางเลือกเกี่ยวกับระยะเวลา ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
3.3 ทางเลือกเกี่ยวกับลำดับก่อนหลังตามความสำคัญ ความจำเป็นความรีบด่วนขอการปฏิบัติ และเป้าหมาย
4. ผลที่ได้รับ (output)

คือผลที่คาดหมายว่าจะพึงมีพึงได้เมื่อครบกำหนดเวลาของแผน เช่น สามารถแก้ปัญหาได้ สามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ สามารถแก้ปัญหาภาพพจน์ขององค์กรได้ เป็นต้น

บทบาทหน้าที่ของนักประชาสัมพันธ์

1. นักประชาสัมพันธ์มีบทบาทหน้าที่สำคัญ ในการวางแผนและกำหนดยุทธวิธี และเทคนิคการประชาสัมพันธ์

ผลิตสื่อเฉพาะกิจ และติดต่อกับสื่อมวลชน บริหารข้อมูล จำแนกแจกจ่ายข่าวสาร และติดต่อต้อนรับทั่วไป

2. นักประชาสัมพันธ์ต้องเตรียมให้พร้อมที่จะปฏิบัติ

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที และในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้าทันสมัยอยู่เสมอ เพราะสถานการณ์ทางสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

การเตรียมความพร้อมของนักประชาสัมพันธ์

การเตรียมความพร้อม

หมายถึงการเตรียมสภาพร่างกาย จิตใจ และสมองให้พร้อมที่จะปฏิบัติงานได้อย่างฉับพลัน สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ กลวิธี ศิลปะ เทคนิค ได้อย่างทันท่วงทีและกลับผลร้ายให้กลายเป็นผลดีต่อองค์กร

นักประชาสัมพันธ์จึงต้องเป็นคนหูตากว้างขวาง

และหูตาไว พร้อมที่จะรับข่าวสารปัจจุบัน เข้าสู่สมอง ของตนในทุกขณะ จำเป็นที่จะต้องรู้จักใช้แหล่งข่าวสารทุกประเภทเท่าที่จะเข้าถึงได้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสื่อมวลชน สื่อเฉพาะกิจ สื่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือสื่ออื่นใด เพราะข่าวสารปัจจุบันย่อมเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และในอาณาบริเวณที่กว้างขวาง ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อองค์กรไม่มากก็น้อย ไม่โดยทางตรงก็โดยทางอ้อม ข่าวสารปัจจุบันเหล่านี้จะเข้ามาหล่อเลี้ยงสมองของนักประชาสัมพันธ์ให้อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมที่จะทำงานอย่างถูกต้อง คล่องแคล่ว มีระบบ มีสมรรถภาพ และมีสุขภาพจิตดี

นักประชาสัมพันธ์ต้องหมั่นศึกษาหาความรู้และฝึกฝนทักษะอยู่เป็นนิจ

แม้ว่าจะเรียนสำเร็จมาทางด้านการประชาสัมพันธ์โดยตรง แต่การเข้าอบรมในหลักสูตรระยะสั้น หรือระยะยาวก็ยังมีความจำเป็นอยู่เสมอ

การประชาสัมพันธ์ต้องอาศัยสื่อต่าง ๆ คือ
1. สื่อบุคคล หมายถึงบุคคลที่สถาบันได้ใช้เป็นพาหะในการนำข่าวสารเพื่อให้ทราบ เกิดความรู้ความเข้าใจ เช่นการพูดในที่ชุมชน การบรรยาย การอภิปราย
2. สื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์เป็นสื่อที่อาศัยตัวอักษร หรือภาพ เรียบเรียงเป็นเอกสาร เช่นประกาศ โปสเตอร์ แผ่นพับ วารสารภายใน
3. สื่อโสตทัศน์ สื่อที่สามารถให้ทั้งเสียงและภาพ เช่น แผนภูมิ แผนภาพ สไลด์ การจัดนิทรรศการ การแสดงสาธิต
4. การโฆษณาเพื่อการประชาสัมพันธ์ คล้ายกับโฆษณาทั่วไปแต่เป็นการโฆษณาสถาบัน โดยผ่านสื่อมวลชน อาจทำในรูปของการจัดทำของที่ระลึก เช่น ปฏิทิน ปากกา กระเป๋า แฟ้มใส่เอกสาร
5. สี่อประเภทกิจกรรม คือการนำหรือการดึงดูดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมซึ่งผู้เข้าร่วม เกิดความรู้ความเข้าใจ

ความบันเทิง และที่สำคัญทำให้เกิดความรู้สึกดีต่อสถาบัน

วัตถุประสงค์ของการประชาสัมพันธ์

- เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
- เพื่อแจ้งให้ทราบ
- เพื่อกระตุ้นให้ความความคิด
- เพื่อให้มีส่วนร่วมในกิจกรรม
- เพื่อให้เกิดการยอมรับ
- เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิด- เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด

ลักษณะเฉพาะทางบุคลิกภาพของผู้ประชาสัมพันธ์

1. สะอาด
2. สุภาพ
3. แข็งแรง
4. ดี
5. แจ่มใส
6. น่ายกย่อง
7. รักความสงบ
8. น่าดึงดูด
9. ผ่อนคลาย
10. ฉลาด
11. รวดเร็ว
12. มีการปรับปรุงแก้ไข
13. สบาย สบาย
สรุป
หัวใจสำคัญของการประชาสัมพันธ์ มีบทบาทสำคัญในสร้างภาพลักษณ์ ตราสินค้า ด้วยการให้ข่าวสาร การโน้มน้าว ชักจูง

เทคนิคการประชาสัมพันธ์เพื่อรับนักศึกษาใหม่

1. เริ่มจาก การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย

1.1 มหาวิทยาลัยเป็นผู้นำทางด้านการศึกษา
1.2 มีความเป็นเลิศด้านวิชาชีพ
1.3 คณะ/สาขาวิชาที่เปิดสอนมีคุณภาพตามมาตรฐาน
1.4 มีระบบการคัดเลือกนักศึกษาที่มีมาตรฐาน
1.5 เป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างความภูมิใจให้แก่ชุมชน

2. ประชาสัมพันธ์ด้านความมั่นคงของมหาวิทยาลัย

2.1 มหาวิทยาลัยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
2.2 มีประวัติการก่อตั้งมาเป็นเวลาหลายปีและมีความมั่นคง
2.3 มีทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ ที่จะรองรับผู้เข้าศึกษา (ทุนกู้ยืม ทุนเรียนดี ทุนกิจกรรม ทุนกีฬา ฯลฯ)
2.4 มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษา

3. ประชาสัมพันธ์ด้านการจัดการเรียนการสอน

3.1 มหาวิทยาลัยมีการจัดการเรียนการสอนที่น่าสนใจเข้าศึกษา
3.2 หลักสูตรได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
3.3 มีคณะ/สาขาวิชาให้เลือกเรียนจำนวนมาก
3.4 คณาจารย์มีความรู้ ความสามารถ
3.5 มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยอาคารสถานที่ส่งเสริมบรรยากาศทางวิชาการ

4. ประชาสัมพันธ์ความเป็นสากล

4.1 มหาวิทยาลัยมีภาพลักษณ์ ความทันสมัยแบบคนรุ่นใหม่
4.2 มีความร่วมมือทางด้านวิชาการกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่มีชื่อเสียง
4.3 บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ
4.4 มีการพัฒนาอย่างต่อเนือง ในทุกด้าน



เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม
สไลด์อบรม