เทคนิคการเขียนแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษ

จาก UTKWiki
ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

เนื้อหา

เทคนิคการจัดทำแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษ

ในการเขียนแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษจำเป็นต้องอาศัยความรู้ด้านต่างๆ เช่น วิธีการเขียนแผนการสอน การใช้เลือกภาษาอังกฤษให้เหมาะกับระดับความรู้ของนักศึกษา วิธีการอธิบายคำศัพท์ที่อยู่ในบทเรียน รวมไปถึงตัวอย่างการแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษของคณะวิศวกรรมศาสตร์

วิธีการเขียนแผนการสอน [1]

แผนการสอน คือ การนำวิชาหรือกลุ่มประสบการณ์ที่ต้องทำการสอนตลอดภาคเรียนมาสร้างเป็นแผนการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน การใช้สื่อ อุปกรณ์การสอน การวัดและการประเมินผล สำหรับเนื้อหาสาระและจุดประสงค์การเรียนการสอนย่อยๆ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือจุดเน้นของหลักสูตร สภาพผู้เรียน ความพร้อมของโรงเรียนในด้านวัสดุอุปกรณ์ และตรงกับชีวิตจริงในท้องถิ่น ซึ่งถ้ากล่าวอีกนัยหนึ่ง แผนการสอนคือ การเตรียมการสอนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ล่วงหน้า หรือ คือการบันทึกการสอนตามปกตินั่นเอง

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติให้ความหมายของแผนการสอนว่า หมายถึง การวางแผนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อเป็นแนวดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนแต่ละครั้งโดยกำหนดสาระสำคัญ จุดประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการเรียนการสอนสื่อ ตลอดจนการวัดผลและการประเมินผล

สถาบันพัฒนาความก้าวหน้า ได้ให้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ว่าเป็นแผนงานหรือโครงการที่ครูผู้สอนได้เตรียมการจัดการเรียนรู้ไว้ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อ ใช้ปฏิบัติการเรียนรู้ในรายวิชาใดวิชาหนึ่งอย่างเป็นระบบระเบียบ โดยใช้เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการเรียนรู้เพื่อนำผู้เรียนไปสู่จุดประสงค์ การเรียนรู้และจุดหมายของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ

กรมวิชาการได้ให้ความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ คือผลของการเตรียมการวางแผนการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบโดยนำสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา และกระบวนการเรียนรู้ โดยเขียนเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามศักยภาพ ของผู้เรียน

สุพล วังสินธ์ กล่าวว่าแผนการจัดการเรียนรู้เป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้นซึ่งสรุปความไว้ ดังนี้

  1. ทำให้เกิดการวางแผนวิธีเรียนที่ดี ผสมผสานความรู้และจิตวิทยาการศึกษา
  2. ช่วยให้ครูมีคู่มือการสอนที่ทำด้วยตนเองล่วงหน้ามีความมั่นใจในการสอน
  3. ส่งเสริมให้ครูมีความรู้ความเข้าใจในด้านของหลักสูตร วิธีสอนการวัดผลและประเมินผล
  4. เป็นคู่มือสำหรับผู้มาสอนแทน
  5. เป็นหลักฐานแสดงข้อมูลที่ถูกต้องเที่ยงตรง เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา
  6. เป็นผลงานทางวิชาการแสดงความชำนาญความเชี่ยวชาญของผู้ทำ

ลักษณะที่ดีของการจัดทำแผน [2]

สมนึก ภัททิยธนี ได้กล่าวถึงลักษณะที่ดีของแผนต้องมีขั้นตอน ดังนี้

  1. เนื้อหาต้องเขียนเป็นรายคาบ หรือรายชั่วโมงตารางสอน โดยเขียนให้สอดคล้องกับชื่อเรื่องให้อยู่ในโครงการสอน และเขียนเฉพาะเนื้อหาสาระสำคัญพอสังเขป (ไม่ควรบันทึกแผนการสอนอย่างละเอียดมาก ๆ เพราะจะทำให้เกิดความเบื่อหน่าย)
  2. ความคิดรวบยอด (Concept) หรือหลักการสำคัญ ต้องเขียนให้ตรงกับเนื้อหาที่จะสอนส่วนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเรื่องครูต้องทำความเข้าใจในเนื้อหาที่จะสอนจนสามารถเขียนความคิดรวบยอดได้อย่างมีคุณภาพ
  3. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ต้องเขียนให้สอดคล้อง กลมกลืนกับความคิดรวบยอด มิใช่เขียนตามอำเภอใจไม่ใช่เขียนสอดคล้องเฉพาะเนื้อหาที่จะสอนเท่านั้นเพราะจะได้เฉพาะพฤติกรรมที่เกี่ยวกับความรู้ความจำ สมองหรือการพัฒนาของนักเรียนจะไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
  4. กิจกรรมการเรียนการสอน โดยยึดเทคนิคการสอนต่างๆ ที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้
  5. สื่อที่ใช้ควรเลือกให้สอดคล้องกับเนื้อหา สื่อดังกล่าวต้องช่วยให้นักเรียนเกิดความเข้าใจในหลักการได้ง่าย
  6. วัดผลโดยคำนึงถึงเนื้อหา ความคิดรวบยอด จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและช่วงที่ทำการวัด (ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน) เพื่อตรวจสอบว่าการสอนของครูบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

การเตรียมการสอนเริ่มด้วยการจัดทำแผนการสอน ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผน มาสร้างเป็นแผนการสอนย่อยๆ องค์ประกอบที่สำคัญของแผนการสอน ควรมีดังนี้

  1. สาระสำคัญ
  2. จุดประสงค์การเรียนรู้
  3. เนื้อหา
  4. กิจกรรมการเรียนการสอน
  5. สื่อการเรียนการสอน
  6. การวัดและประเมินผลการเรียน

รายละเอียดแผนการเรียนรู้

แผนการเรียนรู้ (Lesson Plan) ประกอบด้วย 9 หัวข้อ โดยการบูรณาการของหน่วยศึกษานิเทศก์

  1. สาระสำคัญ (Concept) เป็นความคิดรวบยอดหรือหลักการของเรื่องหนึ่งที่ต้องการให้เกิดกับนักเรียน เมื่อเรียนตามแผนกาสอนแล้ว
  2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (Learning Objective) เป็นการกำหนดจุดประสงค์ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อเรียนจบตามแผนการสอนแล้ว
  3. เนื้อหา (Content) เป็นเนื้อหาที่จัดกิจกรรมและต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้
  4. กิจกรรมการเรียนการสอน (Instructional Activities) เป็นการสอนขั้นตอนหรือกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งนำไปสู่จุดประสงค์ที่กำหนด
  5. สื่อและอุปกรณ์ (Instructional Media) เป็นสื่อ และอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน ที่กำหนดไว้ในแผนการสอน
  6. การวัดผลและประเมินผล (Measurement and Evaluation) เป็นการกำหนดขั้นตอนหรือวิธีการวัดและประเมินผล ว่านักเรียนบรรลุจุดประสงค์ตามที่ระบุไว้ในกิจกรรมการเรียนการสอน แยกเป็นก่อนสอน ระหว่างสอน และหลังสอน
  7. กิจกรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมที่บันทึกการตรวจแผนการสอน
  8. ข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชา เป็นการบันทึกตรวจแผนการสอนเพื่อเสนอแนะหลังจากได้ตรวจสอบความถูกต้อง การกำหนดรายละเอียดในหัวข้อต่างๆ ในแผนการสอน
  9. บันทึกการสอน เป็นการบันทึกของผู้สอน หลังจากนำแผนการสอนไปใช้แล้วเพื่อเป็นการปรับปรุงและใช้ในคราวต่อไป มี 3 หัวข้อ คือ
  1. ผลการเรียน เป็นการบันทึกผลการเรียนด้านสุขภาพและปริมาณทั้ง 3 ด้าน คือด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ซึ่งกำหนดในขั้นกิจกรรมการเรียนการสอนและ

การประเมิน

  1. ปัญหาและอุปสรรค เป็นการบันทึก ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในขณะสอน ก่อนสอน และหลังทำการสอน
  2. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข เป็นการบันทึกข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงการเรียนการสอน ให้เกิดการเรียนรู้ บรรลุจุดประสงค์ของบทเรียนที่หลักสูตรกำหนด

เทคนิคการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาในชั้นเรียน

การจัดทำแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษเพื่อให้มีประสิทธิภาพดี ไม่ใช่การใช้ภาษาอังกฤษระดับสูงเกินกว่าที่นักศึกษามี ดังนั้นก่อนการสอนจึงควรที่ต้องมีการวัดระดับความรู้ของนักศึกษาในชั้นเรียน ซึ่งในการวัดระดับความรู้ของนักศึกษาในชั้นเรียนอาจไม่จำเป็นต้องทำแบบทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว และวิเคราะห์ระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาจากแบบทดสอบภาษาอังกฤษอาจไม่เหมาะกับอาจารย์ที่ไม่ได้สอนวิชาภาษาอังกฤษโดยตรง ดังนั้นจึงมีเทคนิคการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาในชั้นเรียนอย่างง่ายๆ คือ

  1. การตั้งคำถามจากการสนทนาภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เริ่มจากการตั้งคำถามโดยใช้คำถามปลายเปิด (Open question) ถ้านักศึกษาในชั้นเรียนไม่สามารถตอบคำถามเหล่านั้นเป็นภาษาอังกฤษได้ ให้อาจารย์เปลี่ยนคำถามนั้นเป็นคำถามปลายปิด (Close question)ดังตารางที่ 1
  2. การเล่นเกมส์ใบ้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยการเลือกคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนและไม่ยากมากนัก แล้วให้ตัวแทนนักศึกษาที่อยู่ในชั้นเรียนเป็นคนใบ้คำ โดยที่ไม่สามารถพูดศัพท์คำนั้นออกมา แล้วให้เพื่อนนักศึกษาคนอื่นๆ ทายคำศัพท์เหล่านั้น วิธีการนี้นอกจากจะเป็นการตรวจสอบระดับความรู้ภาษาอังกฤษแล้วยังเป็นการกระตุ้นให้นักศึกษาในชั้นเรียนสนใจ และจดจำคำศัพท์เหล่านั้นอีกด้วย
  3. ให้นักศึกษาและอาจารย์รู้และเข้าใจความหมายของประโยคที่จำเป็นต้องใช้ในชั้นเรียน เพื่อให้การเรียนการสอนภาคภาษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างน้อย 5 ประโยค โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท ดังตารางที่ 2

ตารางที่ 1

Item Open question (คำถามปลายเปิด) Close question (คำถามปลายปิด)
1 How was your weekend? Do you have a good weekend?
2 How is the weather today? It really hot/cold/windy/rainy today, isn’t it?
3 What do you feel? Are you hot/cold/comfortable?
4 How did you go to University? Did you go to University by bus/train?
5 What did to think of ……….? Do you hear about …………?

ตารางที่ 2

Item Topic Phase
1 Greetings and Small talk

Good morning, Good afternoon

Hello, how are you all today? It’s really hot/cold/windy/rainy today, isn’t it? Are you hot/cold/comfortable?

Do you want me to turn the air condition (AC) on/off? Did you have a good weekend?

How was your weekend?

Did you hear about ………..? (asking for an opinion) What did you think of……………? (asking for an opinion)

2 Controlling Classroom Language

Please take out your textbooks.

Please turn to page ……. in your textbook.

Please read the following passage.

Please listen to the recording.

Is that clear?/ Do you follow me?/ Does everyone understand? Does anyone have any questions about what we have just look at?

I am going to write this on the board now?

Is it Ok if I erase this from the board now?Please work with the person next to you. Please make a group with the people around you?

3 Expressions for Reflecting and Reacting

That’s right./ That’s correct. That’s great! / That’s excellent! / Well done! / Good job! / Exactly! / Perfect!

That’s not exactly right./ I think you need to try again. What do you think? / What ‘s your openion?

I think you (name) make a point. I agree with you (name). / I agree with what you (name) said. Could you repeat that a little more slowly?

Can you say that a little louder?Could you start again from the beginning?

Could you say that one more time?

โดยอาจารย์ควรใช้ประโยคเหล่านี้บ่อยๆ เพื่อให้นักศึกษามีความคุ้นเคย และควรต้องออกเสียงที่ถูกต้องเพื่อเป็นตัวอย่างให้กับนักศึกษาในชั้นเรียน โดยการให้นักศึกษาออกเสียงตาม ในการฝึกออกเสียงและความคุ้นเคยกับประโยคเหล่านี้อาจใช้วิธีแสดงสถานการณ์จำลองโดยการแบ่งกลุ่มนักศึกษา แล้วให้นักศึกษาเลือกประโยคที่ให้มาเพื่อใช้ในสถานการณ์จำลองดังกล่าว

วิธีการอธิบายคำศัพท์ทางที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน

การอธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้แผนภาพ (Diagram) การเขียนคำนิยาม (Written definition) การอธิบายคำนิยาม (Spoken definition) และการแสดงบทบาท (Demonstrations) ซึ่งไม่สามารถบอกได้ว่าวิธีไหนมีประสิทธิภาพมากที่สุดขึ้นอยู่กับคำศัพท์และบริบทของคำศัพท์นั้นๆ นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เพื่อนำไปประกอบการสอนภาคภาษาอังกฤษ ดังนี้

  1. ความเกี่ยวเนื่อง ควรจัดคำศัพท์ออกเป็นหมวดหมู่ ขึ้นอยู่กับความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันระหว่างคำศัพท์ แล้วเขียนออกมาเป็นแผนผัง จะทำให้สามารถจำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น
  2. เขียน การนำคำศัพท์นั้นๆ มาใช้ จะทำให้สามารถจำได้ฝังใจยิ่งขึ้น ลองแต่งประโยค โดยนำคำศัพท์ใหม่ที่เรียนมาใช้ดูสิคะ แต่งเป็นเรื่องราวๆ ง่ายในชีวิตประจำวัน หรือเขียนเป็นไดอารี่ภาษาอังกฤษ
  3. วาดรูป ดึงวิญญาณศิลปินในตัวออกมาใช้ โดยการวาดรูปที่แสดงถึงคำศัพท์ที่เรียนอยู่ ภาพที่วาดจะช่วยกระตุ้นความทรงจำถึงศัพท์นั้นในอนาคต (วิธีนี้ใช้สอนภาษาจีนให้กับเด็ก ซึ่งได้ผลดีมาก)
  4. แสดง ท่าทางประกอบคำศัพท์ หรือสำนวนที่กำลังเรียนอยู่ หรือจินตนาการว่าจะแสดงออกอย่างไร ในสถานการณ์ที่ต้องใช้ศัพท์คำนั้น
  5. ลองออกแบบสมุดศัพท์ภาษาอังกฤษ พร้อมความหมาย แล้วเปิดอ่าน หรือท่องในยามว่าง ทำเล่มใหม่ทุกอาทิตย์ ซึ่งจะได้คลังคำศัพท์ในหัวเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
  6. ความสัมพันธ์ กำหนดแต่ละสี ให้แต่ละคำศัพท์ ความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ จะช่วยให้จำศัพท์นั้นได้แม่นยำขึ้น เมื่อนึกถึงคำนั้นในคราวต่อไป
  7. ฟัง นึกถึงศัพท์คำอื่นที่ออกเสียงคล้ายๆ กับศัพท์ใหม่ที่กำลังเรียนอยู่ ใช้ความสัมพันธ์ตรงจุดนี้ในการช่วยให้สามารถจำการออกเสียงของคำใหม่นั้นได้ง่ายขึ้น
  8. เลือก จำไว้ว่า การเรียนในหัวข้อที่ชอบ จะทำให้รู้สึกว่ามันง่ายขึ้น ดังนั้นควรใส่ใจในการเลือกคำศัพท์ที่คิดว่ามีประโยชน์ หรือน่าสนใจ เพราะแม้แต่การเลือกคำที่จะเรียน ก็มีผลให้จำได้แม่นและเร็วขึ้นเช่นกัน
  9. ข้อจำกัด มันเป็นไปไม่ได้ที่คนเราจะจำศัพท์ในดิกชันนารี่ได้หมดในวันเดียว ดังนั้นจำกัดการเรียนศัพท์ใหม่แค่วันละ 10-15 คำ ก็พอแล้ว อย่าพยายามยัดเยียดให้สมองตัวเองเยอะเกิน เพราะจะทำให้สมองตื้อ และเบื่อหน่าย
  10. สังเกต พยายามสังเกตคำศัพท์แปลกใหม่จากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะจากเพลง หรือนสพ. ภาษาอังกฤษ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า น้องๆ ต้องรู้จักฟังเพลงและอ่านนสพ. ภาษาอังกฤษบ้างนั่นเอง นอกจากจะได้เจอศัพท์ใหม่ แล้ว ยังเพิ่มทักษะการฟัง และการอ่านไปในตัว

ปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ

ในการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ นอกจากความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับภาษาอังกฤษแล้ว การที่จะทำให้การเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษาประสพความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝนทั้งตัวผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษลดลงโดยสามารถสรุปเป็นตารางได้ดังตารางที่ 3

ปัญหา แนวทางแก้ไข

นักศึกษามีระดับความรู้ภาษาอังกฤษต่ำ นักศึกษาไม่ตั้งใจเรียน นักศึกษาเกิดความสับสนในเนื้อหาที่เรียน นักศึกษาเข้าเรียนช้าทำให้ตามไม่ทัน

ให้นักศึกษาท่องคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องมากขึ้น หาวิธีการสอนที่ช่วยให้นักศึกษาตั้งใจเรียนมากขึ้น ใช้สื่อหรือวิธีการต่างๆ เช่น Diagrams, Handouts หรือการพูดซ้ำ (Repeation) การใช้วิธีถามตอบ (Conceptchecking)


ใช้การคัดลอกภาษาอังกฤษจากแหล่งอื่นๆ โดยที่มีคำศัพท์ที่ไม่รู้ความหมาย กังวลเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษที่ไม่สมบูรณ์แบบ นักศึกษาเกิดความสับสนในเนื้อหาที่เรียน นักศึกษาเข้าเรียนช้าทำให้ตามไม่ทัน

ควรเปลี่ยนคำศัพท์ที่ยากเกินความสามารถของนักศึกษาให้ง่ายขึ้นไม่ควรคัดลอกทั้งประโยค จำไว้ว่าภาษาอังกฤษของนักศึกษาไม่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์แบบ แต่ควรพูดให้นักศึกษาเข้าใจ ถ้าอาจารย์มีความกังวลเกี่ยวกับภาษาอังกฤษนักศึกษาก็จะมีความกังวลไปด้วย ทำให้ประสิทธิภาพการเรียนของนักศึกษาลดลงด้วย


ตัวอย่างรูปแบบแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษ

Lesson Plan

Subject..................................................................................................................................................................

Lesson Topic..................................................................................................................................................................


Aim of the lesson

.................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

Key English vocabulary

.................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


How is this vocabulary going to be taught?

.................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


Outline of the English taught in the lesson

.................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


Brief Outline of the rest of the lesson

................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................


What opportunities are there in the rest of the lesson to check the ideal in English?

.................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................................................................

ตัวอย่างแผนการสอนภาคภาษาอังกฤษเกี่ยวกับวิศวกรรมศาสตร์ [3]

CHEMICAL ENGINEERING AND MANUFACTURING CHEMICAL ENGINEERING

Objective

Chemical Engineers are involved in the production of food, cosmetics, fuels, and anything else that requires the mixing of chemicals. This lesson introduces students to one component of chemical engineering: food processing.

Learning Outcomes Students will learn:

  1. The difference between a food scientist, a chemist, and a chemical engineer
  2. How chemical engineers are involved in food production
  3. That chemical engineers need math to change a simple chemical equation or recipe into mass production

Essential Questions

  1. How do they make 4 billion Pop Tarts in a year?
  2. Why do Fruit Loops taste the same no matter where you are?
  3. How are chemical engineers involved with food processing?


Time Required (Itemized)

  1. Introduction to Chemical Engineering and activity (20 minutes)
  2. Assembly line preparation and competition (30 minutes)
  3. Judging of final products (10 minutes)


Assessments

Students may be graded on participation, leadership, completion, attention to detail, etc.


Materials

  1. Cookies
  2. Frosting
  3. Food coloring
  4. Sprinkles
  5. Butcher paper
  6. Knives
  7. Spoons
  8. Cups
  9. Paper towels
  10. Markers

ที่มา

  1. https://sites.google.com/site/prapasara/5-4
  2. http://www.unigang.com/Article/11405
  3. http://www.coe.utah.edu/wp-content/uploads/pdf/k12/4A-Chemical%20Engineering%20Lesson%20Plan.pdf
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
ปฏิบัติการ
ป้ายบอกทาง
เครื่องมือเพิ่ม
สไลด์อบรม